แชร์

Design Thinking คืออะไร? 5 ขั้นตอนสร้าง Portfolio นวัตกรรมที่มหาวิทยาลัยมองหา

อัพเดทล่าสุด: 2 พ.ย. 2025
47 ผู้เข้าชม

ในโลกที่เต็มไปด้วยข้อมูลและการแข่งขัน "ความคิดสร้างสรรค์" เพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอที่จะสร้างความแตกต่าง แต่ "กระบวนการคิด" ที่เป็นระบบและนำไปสู่การแก้ปัญหาที่ตรงจุดต่างหาก คือทักษะที่มหาวิทยาลัยระดับโลกและองค์กรชั้นนำกำลังมองหา และหนึ่งในกระบวนการที่ทรงพลังที่สุดในปัจจุบันก็คือ Design Thinking

Design Thinking ไม่ใช่แค่คำศัพท์สวยหรู แต่เป็นกรอบความคิด (Mindset) และกระบวนการ (Process) ที่ใช้ในการสร้างสรรค์นวัตกรรมโดยมี "มนุษย์เป็นศูนย์กลาง" (Human-Centered) หากน้อง ๆ หรือผู้ปกครองที่กำลังมองหาวิธีสร้าง Portfolio ที่โดดเด่นและแตกต่าง บทความนี้จะพาไปเจาะลึกว่า Design Thinking คืออะไร และทำไมมันถึงเป็นกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จในอนาคต

ทำไม 'ความคิดสร้างสรรค์' อย่างเดียวไม่พอในโลกปัจจุบัน?

หลายครั้งเรามีไอเดียที่ดีมากมาย แต่ไอเดียเหล่านั้นกลับไม่สามารถแก้ปัญหาได้จริง หรือไม่เป็นที่ต้องการของตลาด นั่นเป็นเพราะเราอาจเริ่มต้นจาก "สิ่งที่เราอยากสร้าง" แทนที่จะเริ่มจาก "ปัญหาที่คนอื่นเผชิญ"

Design Thinking เข้ามาแก้ปัญหานี้โดยเปลี่ยนมุมมองของเราให้เริ่มต้นจาก "ความเข้าใจและความต้องการของผู้ใช้" เป็นอันดับแรก ทำให้โซลูชันหรือนวัตกรรมที่ได้นั้นมีโอกาสประสบความสำเร็จสูง เพราะมันถูกสร้างขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นจริง


เจาะลึก 5 ขั้นตอนของกระบวนการ Design Thinking (The 5 Stages)

1. Empathize (การทำความเข้าใจผู้ใช้)

นี่คือหัวใจของการเริ่มต้น ไม่ใช่การเดา แต่คือการลงไป "สัมผัสและเข้าใจ" กลุ่มเป้าหมายอย่างลึกซึ้ง ผ่านการสังเกต, การสัมภาษณ์, และการเข้าไปอยู่ในสถานการณ์เดียวกับพวกเขา เพื่อให้เข้าใจถึงความต้องการที่แท้จริงและปัญหาที่ซ่อนอยู่ (Pain Point)

ตัวอย่างที่ RIVA: น้องๆ ได้รับโจทย์ให้ไปสัมภาษณ์ผู้สูงอายุ เพื่อทำความเข้าใจปัญหาการลืมทานยาในชีวิตประจำวันของพวกเขาจริงๆ

2. Define (การระบุปัญหาให้ชัดเจน)

นำข้อมูลทั้งหมดที่ได้จากขั้นตอน Empathize มาวิเคราะห์และสังเคราะห์ เพื่อระบุ "แก่นของปัญหา" ที่เราต้องการจะแก้ไขให้ชัดเจน การกำหนดปัญหาที่ดีจะช่วยให้ทีมมีเป้าหมายเดียวกันและไม่หลงทาง

ตัวอย่าง: จากการสัมภาษณ์ สรุปปัญหาได้ว่า "ผู้สูงอายุที่อยู่คนเดียว ต้องการตัวช่วยที่ใช้งานง่ายและไม่ต้องเรียนรู้ใหม่ เพื่อเตือนให้ทานยาให้ตรงเวลาและถูกต้อง"

3. Ideate (การระดมสมองหาทางออก)


ขั้นตอนแห่งความคิดสร้างสรรค์! เป็นการระดมสมองเพื่อหาแนวทางการแก้ปัญหาให้ได้มากที่สุดโดยยังไม่ตัดสินผิดถูก เช่น การ Brainstorm, Mind Mapping เพื่อเปิดรับทุกความเป็นไปได้
ตัวอย่าง: ทีมอาจระดมไอเดียได้หลากหลาย เช่น กล่องยาอัจฉริยะ, แอปพลิเคชันบนมือถือ, หรือหุ่นยนต์ผู้ช่วย

4. Prototype (การสร้างต้นแบบ)

เปลี่ยนไอเดียที่ดีที่สุดให้กลายเป็น "ต้นแบบ" ที่จับต้องได้ ไม่จำเป็นต้องสมบูรณ์แบบ แต่อาจเป็นแค่แบบจำลองง่ายๆ, Mockup แอปบนกระดาษ, หรือวิดีโอสั้นๆ เพื่อให้เราและผู้ใช้เห็นภาพตรงกันและสามารถทดสอบได้จริง

ตัวอย่าง: น้องๆ อาจสร้าง Mockup หน้าจอแอปพลิเคชันโดยใช้โปรแกรม Figma หรือสร้างกล่องยาจำลองจากกระดาษแข็ง

5. Test (การทดสอบและรับฟังความคิดเห็น)

นำ Prototype ที่สร้างขึ้นไปให้กลุ่มเป้าหมายทดลองใช้จริง และเก็บรวบรวม Feedback ที่ตรงไปตรงมา เพื่อนำกลับมาปรับปรุงและพัฒนาไอเดียให้ดียิ่งขึ้นไปอีก วนซ้ำจนกว่าจะได้โซลูชันที่ดีที่สุด
ตัวอย่าง: นำ Mockup แอปไปให้ผู้สูงอายุลองกดใช้ แล้วสังเกตว่าพวกเขางงตรงไหน หรือมีส่วนไหนที่ควรปรับปรุง

Design Thinking สำคัญอย่างไรกับการสร้าง Portfolio และการเข้ามหาวิทยาลัย?

การมีโปรเจกต์ที่ใช้กระบวนการ Design Thinking อยู่ใน Portfolio ของน้อง ๆ คือการพิสูจน์ให้คณะกรรมการเห็นว่าน้อง ๆ มี ทักษะแห่งอนาคต ที่สำคัญ ได้แก่:

  • ทักษะการแก้ปัญหาที่ซับซ้อน (Complex Problem-Solving): สามารถวิเคราะห์และแก้ปัญหาที่เป็นระบบได้
  • ความคิดสร้างสรรค์ที่นำไปใช้ได้จริง (Applied Creativity): สามารถเปลี่ยนไอเดียให้เป็นรูปธรรมได้
  • ความฉลาดทางอารมณ์และการทำงานร่วมกับผู้อื่น (Empathy & Collaboration): เข้าใจผู้อื่นและทำงานเป็นทีมได้
  • ภาวะผู้นำและความคิดริเริ่ม (Leadership & Initiative): น้อง ๆ กล้าที่จะลงมือทำและสร้างการเปลี่ยนแปลง


นี่คือทักษะที่การเรียนในห้องเรียนเพียงอย่างเดียวอาจให้ไม่ได้ และเป็นสิ่งที่ทำให้ Portfolio ของน้อง ๆ "มีเรื่องราว" และน่าสนใจกว่าผู้สมัครคนอื่นๆ


ที่ Rising Innova Academy เราไม่ได้แค่สอน แต่เราให้น้อง ๆ 'ลงมือทำ' Design Thinking จริง

ที่ Rising Innova Academy เราเชื่อว่าวิธีที่ดีที่สุดในการเรียนรู้ Design Thinking คือการนำไปใช้แก้ปัญหาจริง เราจึงสร้างโปรแกรมที่ให้นักเรียนได้ลงมือทำจริงทุกขั้นตอน ตั้งแต่การรับ "โจทย์จริงจากแพทย์" ไปจนถึงการสร้างสรรค์ผลงานนวัตกรรมที่พร้อมจะสร้าง Impact และกลายเป็นผลงานชิ้นเอกใน Portfolio
พร้อมที่จะเปลี่ยนตัวเองจาก "ผู้เรียน" สู่ "นักนวัตกร" แล้วหรือยัง? เริ่มต้นเส้นทางนักนวัตกรของน้อง ๆ ด้วย Design Thinking ที่ Rising Innova Academy วันนี้

ติดตามข่าวสาร หรือต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
โทร. 080-939-9566
Line: https://lin.ee/koHfhGJ

Rising Innova Academy ศูนย์นวัตกรรมเพื่อสุขภาพและการแพทย์
#RIVA #RisingInnova #Academy #HealthcareInnovation #Innovation #นวัตกรรมทางการแพทย์ #นวัตกรรม #สุขภาพ


บทความที่เกี่ยวข้อง
Nanomedicine ยาแห่งอนาคต: เมื่อเทคโนโลยีนาโนเปลี่ยนวงการแพทย์ตลอดไป
Nanomedicine กำลังกลายเป็นจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ของวงการแพทย์ทั่วโลก ด้วยพลังของนาโนเทคโนโลยีที่ช่วยให้การรักษาแม่นยำขึ้น ปลอดภัยขึ้น และเฉพาะบุคคลมากกว่าเดิม ตั้งแต่การรักษามะเร็ง การส่งยาเฉพาะจุด ไปจนถึงหุ่นยนต์ระดับเซลล์ที่ทำงานในร่างกายมนุษย์ได้จริง
da Vinci Xi : นวัตกรรมหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดทรวงอกแบบแผลเล็ก ยกระดับศัลยกรรมสู่ความแม่นยำสูงสุด
รู้จัก da Vinci Xi ระบบหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดที่พลิกโฉมวงการศัลยกรรมทรวงอก ช่วยให้แพทย์ผ่าตัดได้อย่างแม่นยำ เจ็บน้อย ฟื้นตัวไว และลดภาวะแทรกซ้อน  ตัวช่วยสำคัญของยุคแพทย์ดิจิทัล
MyAva: นวัตกรรมเพื่อสุขภาพของผู้หญิงอินเดีย ที่ช่วยดูแลภาวะ PCOS ได้จากที่บ้าน
รู้จัก MyAva แอปพลิเคชันสุขภาพที่ถูกพัฒนาเพื่อผู้หญิงที่มีภาวะถุงน้ำในรังไข่หลายใบ (PCOS) โดยเฉพาะ นวัตกรรมเพื่อสุขภาพที่ผสานเทคโนโลยี การแพทย์ และการดูแลแบบองค์รวม ช่วยให้ผู้หญิงอินเดียเข้าถึงการรักษาได้ง่ายขึ้นแม้อยู่ที่บ้าน
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy