แชร์

รอบพอร์ต (Portfolio) TCAS: คู่มือฉบับสมบูรณ์ เตรียมตัวอย่างไรให้ติดคณะในฝัน

อัพเดทล่าสุด: 2 พ.ย. 2025
77 ผู้เข้าชม

รอบพอร์ต หรือ TCAS รอบที่ 1: Portfolio ได้กลายเป็นประตูบานสำคัญที่เปิดโอกาสให้นักเรียนผู้มีความสามารถโดดเด่นได้เข้าศึกษาต่อในคณะและมหาวิทยาลัยในฝันก่อนใคร แต่ในขณะเดียวกัน ก็สร้างความกังวลและคำถามมากมายให้กับน้องๆ และผู้ปกครองว่า "ต้องเตรียมตัวอย่างไร?" "ต้องมีผลงานอะไรบ้าง?" และ "ทำอย่างไรให้ Portfolio ของเราโดดเด่นกว่าคนอื่น?"

บทความนี้คือคู่มือฉบับสมบูรณ์ที่จะตอบทุกคำถาม และแนะนำแนวทางการเตรียมตัวสำหรับ รอบพอร์ต อย่างเป็นระบบ เพื่อให้น้องๆ สามารถสร้างสรรค์ Portfolio ที่ทรงพลังและเพิ่มโอกาสในการสอบติดได้อย่างเต็มที่

เจาะลึก: รวมตัวอย่างคณะ/หลักสูตรยอดฮิตที่เปิดรับใน TCAS รอบ 1

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนยิ่งขึ้น เราได้รวบรวมตัวอย่างคณะ/หลักสูตรยอดฮิตที่เปิดรับใน TCAS รอบ 1 พร้อมสรุปเกณฑ์การพิจารณาโดยทั่วไป เพื่อให้น้องๆ ได้เตรียมตัวอย่างตรงจุด

ข้อควรทราบ: เกณฑ์การรับสมัครอาจมีการเปลี่ยนแปลงในแต่ละปีการศึกษา น้องๆ ควรตรวจสอบประกาศรับสมัครอย่างเป็นทางการจากเว็บไซต์ของมหาวิทยาลัยในปีที่ต้องการสมัครอีกครั้งเสมอ

1. กลุ่มคณะแพทยศาสตร์ / ทันตแพทยศาสตร์ / สัตวแพทยศาสตร์

กลุ่มคณะที่มีการแข่งขันสูงที่สุด และให้ความสำคัญกับ Portfolio ที่แสดงถึงความมุ่งมั่นและศักยภาพทางวิชาการอย่างลึกซึ้ง
ตัวอย่าง: แพทยศาสตร์ จุฬาฯ, แพทยศาสตร์รามาธิบดี ม.มหิดล, แพทยศาสตร์ ม.เชียงใหม่, แพทยศาสตร์ ม.ขอนแก่น, ทันตแพทยศาสตร์ จุฬาฯ/มหิดล
เกณฑ์โดยสรุปที่มักพบ:

  • ผลการเรียนดีเยี่ยม (GPAX และ GPA รายวิชา วิทย์-คณิต)
  • คะแนนสอบวัดความสามารถทางภาษาอังกฤษ (IELTS/TOEFL) ในระดับสูง
  • คะแนนสอบวัดความถนัดเฉพาะทาง (เช่น BMAT, TPAT1) ตามที่กำหนด
  • ผลงานที่แสดงถึงความสนใจและความเข้าใจในวิชาชีพอย่างลึกซึ้ง: ไม่ใช่แค่การเข้าค่าย แต่เป็นประสบการณ์ที่ต่อเนื่องและสะท้อนการเรียนรู้
  • โครงงานวิจัย หรือโปรเจกต์นวัตกรรมที่เกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์สุขภาพ: เป็นสิ่งที่สร้างความแตกต่างได้มากที่สุด แสดงให้เห็นถึงทักษะการแก้ปัญหาและความคิดริเริ่ม


2. กลุ่มคณะวิศวกรรมศาสตร์ / เทคโนโลยีและนวัตกรรม

กลุ่มคณะที่มองหา "นักสร้าง" และ "นักแก้ปัญหา" ตัวจริง ผลงานที่จับต้องได้จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง
ตัวอย่าง: วิศวกรรมศาสตร์ (หลักสูตรนานาชาติ - ISE) จุฬาฯ, สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (KMITL), มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (KMUTT), สถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร (SIIT) ม.ธรรมศาสตร์

เกณฑ์โดยสรุปที่มักพบ:

  • ผลการเรียนดีในกลุ่มวิชาคณิตศาสตร์, ฟิสิกส์, เคมี, และคอมพิวเตอร์
  • ผลงานการแข่งขันทางด้านวิทยาศาสตร์/เทคโนโลยี/หุ่นยนต์/เขียนโปรแกรม
  • โปรเจกต์หรือชิ้นงานที่แสดงถึงทักษะการเขียนโปรแกรม, การสร้างหุ่นยนต์, หรือการออกแบบเชิงวิศวกรรม: เช่น แอปพลิเคชัน, เว็บไซต์, หรือสิ่งประดิษฐ์ที่เคยทำ
  • ผลงานที่แสดงถึงการนำความรู้ไปประยุกต์ใช้แก้ปัญหาจริง (Problem-Solving Skills)

3. กลุ่มหลักสูตรนานาชาติ (บริหารธุรกิจ, เศรษฐศาสตร์ - BBA/EBA)

กลุ่มคณะที่มองหาผู้ที่มีศักยภาพในการเป็น "ผู้นำ" และมี "มุมมองระดับโลก" (Global Mindset)
ตัวอย่าง: BBA/EBA จุฬาฯ, BBA/BE ธรรมศาสตร์

เกณฑ์โดยสรุปที่มักพบ:

  • คะแนนภาษาอังกฤษและคณิตศาสตร์มาตรฐานในระดับสูง (เช่น IELTS, SAT, ACT)
  • กิจกรรมที่แสดงถึงภาวะผู้นำ (Leadership): เช่น ประธานนักเรียน, หัวหน้าชมรม, หรือผู้ก่อตั้งโครงการต่างๆ
  • กิจกรรมที่แสดงถึงการเป็นผู้ประกอบการ (Entrepreneurship): เช่น การแข่งขัน Business Case, การริเริ่มทำธุรกิจเล็กๆ ของตัวเอง
  • ประสบการณ์ระดับนานาชาติ: เช่น โครงการแลกเปลี่ยน, การเข้าร่วม Model United Nations (MUN), หรือการทำโปรเจกต์ร่วมกับองค์กรระหว่างประเทศ
  • จะเห็นได้ว่าทุกกลุ่มคณะชั้นนำ ต่างมองหาสิ่งเดียวกันนั่นคือ "ผลงานเชิงลึกที่พิสูจน์ศักยภาพ" ไม่ใช่แค่การเข้าร่วมกิจกรรมผิวเผิน

ทำความเข้าใจ 'รอบพอร์ต' ให้ถูกต้อง: ไม่ใช่แค่การรวบรวมเกียรติบัตร

สิ่งแรกที่ต้องเข้าใจคือ รอบพอร์ต ไม่ใช่แค่การแข่งขันว่าใครมี "เกียรติบัตร" เยอะกว่ากัน แต่เป็นโอกาสในการ "เล่าเรื่องราว" (Storytelling) ที่ดีที่สุดของตัวเราให้คณะกรรมการได้รับรู้ มหาวิทยาลัยไม่ได้มองหาแค่เด็กที่เรียนเก่ง แต่พวกเขามองหาคนที่มี "แวว" และ "ศักยภาพ" ที่จะเติบโตและประสบความสำเร็จในสาขานั้นๆ

Portfolio ที่ดีควรตอบคำถาม 3 ข้อนี้ได้:

  • คุณคือใคร? (Who you are): แสดงให้เห็นถึงตัวตน, ความสนใจ, และแพชชั่นของคุณ
  • คุณทำอะไรมาบ้าง? (What you've done): แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นผ่านกิจกรรมและผลงานเชิงลึก
  • คุณจะนำสิ่งที่ทำมาต่อยอดอนาคตได้อย่างไร? (How it connects to your future): แสดงให้เห็นวิสัยทัศน์และเป้าหมายที่ชัดเจน

องค์ประกอบสำคัญของ Portfolio ที่ประสบความสำเร็จ

1. ประวัติส่วนตัว (Profile)

ส่วนที่แนะนำตัวตน แต่ต้องทำให้ "น่าสนใจ" ไม่ใช่แค่บอกข้อมูลพื้นฐาน อาจเพิ่มส่วนของ Mission Statement หรือเป้าหมายในชีวิตสั้นๆ เข้าไป

2. ผลการเรียน (Academic Records)

เกรดเฉลี่ย (GPAX) ยังคงมีความสำคัญ แต่ไม่ใช่ปัจจัยเดียว ควรแสดงให้เห็นถึงความโดดเด่นในวิชาที่เกี่ยวข้องกับคณะที่จะเข้า

3. ผลงานและกิจกรรมที่โดดเด่น (Activities & Accomplishments)

นี่คือหัวใจของ รอบพอร์ต! ไม่ใช่การใส่ทุกกิจกรรมที่เคยทำ แต่คือการ "คัดเลือก" กิจกรรมที่สอดคล้องกับคณะและแสดงถึงศักยภาพของเราได้ดีที่สุด โดยควรจัดกลุ่มผลงานให้ชัดเจน เช่น ด้านวิชาการ, ด้านความเป็นผู้นำ, ด้านจิตอาสา, และ ด้านทักษะพิเศษ/นวัตกรรม

4.จดหมายแนะนำตัว (Statement of Purpose - SOP)

เป็นส่วนที่น้องๆ จะได้ "เล่าเรื่อง" ของตัวเองอย่างเต็มที่ เพื่อเชื่อมโยงทุกกิจกรรมและผลงานเข้ากับเป้าหมายที่อยากจะเข้าศึกษาต่อในคณะนั้นๆ

เคล็ดลับสร้างผลงานใส่พอร์ตให้ "แตกต่าง": เปลี่ยนจากการ 'แข่งขัน' สู่การ 'สร้างสรรค์'

ปัญหาของ Portfolio ส่วนใหญ่คือการมีกิจกรรมที่คล้ายกัน เช่น การแข่งขันทางวิชาการ, การเข้าร่วมค่าย, หรือการเป็นจิตอาสา ซึ่งแม้จะเป็นสิ่งที่ดี แต่ก็ทำให้ Portfolio ของทุกคนดู "เหมือนกัน" ไปหมด เคล็ดลับในการสร้างความแตกต่างอย่างก้าวกระโดด คือการเปลี่ยนบทบาทของตัวเองจาก "ผู้เข้าร่วมแข่งขัน" (Competitor) ไปสู่ "ผู้สร้างสรรค์นวัตกรรม" (Innovator)

แทนที่จะแค่บอกว่า "ได้รับรางวัล..." ลองเปลี่ยนเป็นการสร้าง "ผลงานวิจัยเชิงปฏิบัติการ (Action Research Project)" ที่มุ่งแก้ปัญหาจริงขึ้นมา โปรเจกต์นี้จะกลายเป็น "ผลงานชิ้นเอก (Masterpiece)" ในพอร์ตของคุณ ที่ไม่สามารถลอกเลียนแบบได้ และแสดงให้เห็นทักษะที่ลึกซึ้งกว่าในชิ้นเดียว:

ทักษะการวิจัยและแก้ปัญหา (Research & Problem-Solving): 

พิสูจน์ว่าคุณสามารถระบุปัญหาจริง, ตั้งสมมติฐาน, และค้นคว้าหาทางออกมาได้
แสดงให้เห็นว่าคุณสามารถนำเทคโนโลยีหรือแนวคิดใหม่ๆ มาประยุกต์ใช้ได้จริง

ความเป็นเจ้าของและความมุ่งมั่น (Ownership & Commitment): 

ผลงานที่สร้างขึ้นเองตั้งแต่ต้นจนจบ แสดงถึงความทุ่มเทที่มากกว่าการเข้าร่วมกิจกรรมระยะสั้น

ศักยภาพในการต่อยอด (Scalability Potential): 

ผลงานของคุณไม่ได้จบแค่บนหน้ากระดาษ แต่มีแนวทางที่จะพัฒนาต่อไปในระดับมหาวิทยาลัยหรือในชีวิตจริงได้

นี่คือทักษะที่การเรียนในห้องเรียนเพียงอย่างเดียวอาจให้ไม่ได้ และเป็นสิ่งที่ทำให้ Portfolio ของน้อง ๆ "มีเรื่องราว" และน่าสนใจกว่าผู้สมัครคนอื่นๆ

สร้าง 'ผลงานวิจัยด้านนวัตกรรม' ที่ไม่เหมือนใครในรอบพอร์ต

การสร้าง ผลงานวิจัยที่แก้ปัญหาจริง ด้วยตัวเองอาจเป็นเรื่องท้าทายและต้องใช้ทิศทางที่ถูกต้อง ที่ Rising Innova Academy เราไม่ได้แค่ให้คำปรึกษา แต่เราช่วยให้น้องๆ สร้างสรรค์ผลงานชิ้นเอกสำหรับ รอบพอร์ต ได้อย่างเป็นระบบและมีทิศทางที่ชัดเจน

ความแตกต่างอย่างสิ้นเชิงของการทำพอร์ตกับ RIVA:

เราเน้น 'ผลงานวิจัยที่แก้ปัญหาจริง': ทุกโปรเจกต์เริ่มต้นจาก "ปัญหาจริง" ที่ได้รับจากเครือข่ายแพทย์และผู้เชี่ยวชาญ ไม่ใช่โจทย์สมมติในห้องเรียน
'นวัตกรรม' คือแกนหลักในการพัฒนา: เราสอนให้น้องๆ นำเทคโนโลยีล้ำสมัย (เช่น AI, IoT, App Development) มาเป็นเครื่องมือหลักในการสร้างสรรค์โซลูชันแสร้าง 'ผลงานที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร': เนื่องจากทุกคนเริ่มต้นจากปัญหาและความสนใจของตัวเอง ผลงานที่ได้จึงเป็น Original 100% ไม่ซ้ำกับใครในกอง Portfolio นับพัน

ทุกผลงานถูกออกแบบให้ 'ต่อยอดได้': เรามองไกลกว่าแค่การยื่นพอร์ต โปรเจกต์ของน้องๆ จะถูกวางรากฐานให้สามารถนำไปพัฒนาต่อในระดับมหาวิทยาลัย หรือแม้กระทั่งเป็น Startup ในอนาคตได้

นี่คือสิ่งที่ทำให้ Portfolio ที่สร้างกับเรา ไม่ใช่แค่ "แฟ้มสะสมงาน" แต่เป็น "บทพิสูจน์ศักยภาพการเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงแห่งอนาคต" ซึ่งเป็นสิ่งที่คณะกรรมการมองหาอย่างแท้จริง

เริ่มต้นเตรียมตัวสำหรับรอบพอร์ตได้แล้วตั้งแต่วันนี้

การเตรียมตัวสำหรับ รอบพอร์ต ที่ดีที่สุดคือการเริ่มต้นให้เร็วที่สุด ไม่ว่าน้องๆ จะอยู่ ม.4 หรือ ม.5 ก็สามารถเริ่มวางแผนและสร้างสรรค์ผลงานได้แล้ว การมีเวลาที่มากพอจะทำให้เราสามารถสร้างผลงานที่มี "คุณภาพ" และ "ความลึก" ซึ่งเป็นสิ่งที่คณะกรรมการมองหา

หากคุณกำลังมองหาแนวทางในการสร้าง Portfolio ที่แตกต่างและต้องการสร้างผลงานที่จะทำให้คุณโดดเด่นใน TCAS รอบ 1
ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญจาก Rising Innova Academy เพื่อวางแผนเส้นทางสู่คณะในฝันของคุณได้ฟรี!

ติดตามข่าวสาร หรือต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
โทร. 080-939-9566
Line: https://lin.ee/koHfhGJ

Rising Innova Academy ศูนย์นวัตกรรมเพื่อสุขภาพและการแพทย์
#RIVA #RisingInnova #Academy #HealthcareInnovation #Innovation #นวัตกรรมทางการแพทย์ #นวัตกรรม #สุขภาพ


บทความที่เกี่ยวข้อง
Design Thinking คืออะไร? 5 ขั้นตอนสร้าง Portfolio นวัตกรรมที่มหาวิทยาลัยมองหา
รู้จัก Design Thinking กระบวนการ 5 ขั้นตอนที่เปลี่ยนไอเดียธรรมดาให้เป็นนวัตกรรม เรียนรู้ทักษะที่มหาวิทยาลัยมองหาเพื่อสร้าง Portfolio ที่โดดเด่นกับ Rising Innova
Nanomedicine ยาแห่งอนาคต: เมื่อเทคโนโลยีนาโนเปลี่ยนวงการแพทย์ตลอดไป
Nanomedicine กำลังกลายเป็นจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ของวงการแพทย์ทั่วโลก ด้วยพลังของนาโนเทคโนโลยีที่ช่วยให้การรักษาแม่นยำขึ้น ปลอดภัยขึ้น และเฉพาะบุคคลมากกว่าเดิม ตั้งแต่การรักษามะเร็ง การส่งยาเฉพาะจุด ไปจนถึงหุ่นยนต์ระดับเซลล์ที่ทำงานในร่างกายมนุษย์ได้จริง
da Vinci Xi : นวัตกรรมหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดทรวงอกแบบแผลเล็ก ยกระดับศัลยกรรมสู่ความแม่นยำสูงสุด
รู้จัก da Vinci Xi ระบบหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดที่พลิกโฉมวงการศัลยกรรมทรวงอก ช่วยให้แพทย์ผ่าตัดได้อย่างแม่นยำ เจ็บน้อย ฟื้นตัวไว และลดภาวะแทรกซ้อน  ตัวช่วยสำคัญของยุคแพทย์ดิจิทัล
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy